😤 “หลังจากทำ Juvelook แล้วพบว่ามีก้อนเนื้อเกิดขึ้นตรงรอยเหี่ยวใต้ตา ควรทำอย่างไรดี?” —— ประสบการณ์จริงของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจากไต้หวัน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณต้องรู้อย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ ฉันเคยเห็นการแบ่งปันของสาวชาวไต้หวันคนหนึ่งใน REDnote เธอเขียนว่า “ฉันไปทำการรักษาริ้วรอยด้วยเทคโนโลยี Juvelook ที่เกาหลี พอกลับมาวันที่สาม ฉันก็รู้สึกได้ว่ามีก้อนแข็งๆ ขึ้นมา ทำให้ฉันตกใจมาก” มีคนมาคอมเมนต์เป็นจำนวนมากว่า “ฉันก็เหมือนกัน” ทำให้ฉันรู้สึกกลัวจริงๆ
Juvelook (โจอาลูค) เป็นเข็มฉีดเติมคอลลาเจนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเกาหลี โดยมีจุดเด่นคือ “ผลลัพธ์สองในหนึ่ง ทั้งการเติมเต็มและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่” มีหลายคนใช้มันเพื่อแก้ไขรอยเหี่ยวใต้ตา รอยตีนกา และกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดีจริงๆ แต่ปัญหาเรื่องการเกิดก้อนนูนก็เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากที่สุด ส่วนตัวฉันเองก็ได้รับการฉีดมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แต่ครั้งที่สองก็พบกับปัญหาการเกิดก้อนนูนเล็กน้อยเช่นกัน บทความนี้จะรวบรวมประสบการณ์ของฉันและความคิดเห็นของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อช่วยให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้
📱 หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Juvelook คุณสามารถเพิ่มเพื่อนกับ WeChat ที่ชื่อ s-sourire เพื่อขอคำแนะนำได้ โดยที่ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินว่าคุณเหมาะสมที่จะทำการรักษาหรือไม่
💉 Juvelook คืออะไร? มีความแตกต่างจากวัสดุเติมเต็มทั่วไปอย่างไร?
Juvelook เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท LG Chemical ของเกาหลี (ใช่แล้ว คือบริษัท LG นั่นแหละ) ส่วนประกอบของมันคือไมโครสเฟียร์ PCL (โพลีไคลเนตริล) รวมกับเจลไฮอัลลูโรนิก (HA)
- 💧 ฮีอัลโรนิก: ให้ผลในการเติมเต็มทันที (จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังจากทำการรักษา)
- 🧬 ไมโครสเฟิร์ส PCL: ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่อย่างช้าๆ ภายในระยะเวลา 1 ถึง 3 เดือน (นี่คือที่มาของผลลัพธ์ที่ยาวนาน)
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง Juvelook กับการเติมไฮยาลูรอนิคแอซิดก็คือ: Juvelook ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มบริเวณที่เว้าลงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผิวของคุณสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองอีกด้วย ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้จึงจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนกับไฮยาลูรอนิคแอซิดที่จะค่อยๆ ถูกดูดซึมเข้าไปและหายไปในที่สุด นอกจากนี้ ระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะคงอยู่ก็นานกว่าไฮยาลูรอนิคแอซิดด้วย โดยประมาณ 12-18 เดือน
⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ: ในไต้หวัน Juvelook ถูกจัดเป็น “อุปกรณ์ทางการแพทย์” ดังนั้นจะต้องมีการใช้งานโดยแพทย์เท่านั้น ในเกาหลีก็มีคลินิกบางแห่งที่ใช้อุปกรณ์ปลอมราคาถูก ดังนั้นเมื่อเลือกคลินิกเพื่อรับบริการ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้เป็นของแท้ ทั้งในเรื่องบรรจุภัณฑ์และหมายเลขล็อต

⚠️ เปิดเผยความลับเกี่ยวกับก้อนเนื้อ: ทำไมถึงเกิดก้อนเนื้อขึ้นมา? จะป้องกันได้อย่างไร?
ก้อนเนื้อนั้นเป็นผลข้างเคียงที่มักถูกพูดถึงบ่อยที่สุดในวงการศัลยกรรมความงาม ตามเอกสารทางการแพทย์และประสบการณ์ทางคลินิก สาเหตุหลักของการเกิดก้อนเนื้อมีดังนี้:
1. การฉีดที่ชั้นผิวตื้นเกินไป (สาเหตุที่พบบ่อยที่ส
ุด)
Juvelook ควรถูกฉีดไปที่ชั้นบนของเยื่อหุ้มกระดูก (ชั้นลึก) หากแพทย์ฉีดในชั้นผิวหนังชั้นนอก (ชั้นหนังแท้) โมเลกุล PCL จะก่อให้เกิดก้อนแข็งเล็กๆ ที่สามารถสัมผัสได้บนผิวหนัง ซึ่งไม่ใช่อาการแพ้ แต่เกิดจากการที่โมเลกุลเหล่านี้รวมตัวกันเอง วิธีที่ถูกต้องคือควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ และขอให้แน่ใจว่าจะได้รับการฉีดในชั้นลึกก่อนทำการรักษา
2. ปริมาณที่ฉีดในครั้งเดียวมากเกินไป
บ
ริเวณรอยเหี่ยวใต้ตาเป็นส่วนที่ผิวหนังบางที่สุด ไม่แนะนำให้ฉีดมากกว่า 0.3–0.5 ศัลยกรรมตกแต่งพลาสติก Busan CC ต่อข้าง บางคลินิกเพื่อให้เห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น อาจฉีดปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อได้
3. การกดหลังการทำศัลยกรรมไม่เพียงพอ
หลังจากทำการศัลยกรรมเสร็จสิ้น แพทย์ควรใช้นิ้วกดเบาๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าสารเติมเต็มถูกกระจายอย่างเท่าเทียมกัน หากไม่มีการกดอย่างเพียงพอ สารเติมเต็มอาจรวมตัวกันบริเวณจุดที่ฉีด จนก่อให้เกิดก้อนเล็กๆ ขึ้นมา
4. ปัจจัยทางสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อาจมีปฏิกิริยาต่อวัสดุ PCL เนื่องจากมีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม ซึ่งอาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อใหม่ ในกรณีนี้ แพทย์จะต้องใช้เอนไซม์ในการรักษา แต่อัตราการเกิดปัญหานี้นั้นค่อนข้างต่ำมาก (น้อยกว่า 1%)
✅ 4 วิธีในการป้องกันการเกิดตุ่ม:
- ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการใช้วิธี PCL ในการรักษา (ยิ่งดีถ้าแพทย์นั้นเคยทำการรักษามากกว่า 100 กรณี)
- ควรทำการฉีดเข้าไปในชั้นลึก และไม่ควรพยายามให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วโดยการฉีดในปริมาณมากในครั้งเดียว
- ภายใน 48 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ให้กดบริเวณที่ได้รับการฉีดเติมเนื้อเยื่อเบาๆ วันละ 3-5 นาที
- หลังการผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้กดทับบริเวณรอยเหี่ยวใต้ตา
💰 การเปรียบเทียบราคาของ Juvelook: เกาหลีใต้ vs ไต้หวัน vs ฮ่องกง
| ภูมิภาค | รอยเหี่ยวใต้ตา (ทั้งสองข้าง) | รอยตีนกา (ทั้งสองข้าง) | กล้ามเนื้อแก้ม (ทั้งสองข้าง) |
|---|---|---|---|
| 🇰🇷 กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ | 300,000 ถึง 500,000 บาท | 940,000 ถึง 700,000 | 950,000 ถึง 800,000 |
| 🇹🇼 ไต้หวัน | 15,000 ถึง 25,000 ดอลลาร์ไต้หวัน | 20,000 ถึง 35,000 ดอลลาร์ไต้หวัน | 25,000 ถึง 40,000 ดอลลาร์ไต้หวัน |
| 🇭🇰 ฮ่องกง | 5,000 ถึง 8,000 ดอลลาร์ฮ่องกง | 7,000 ถึง 12,000 ดอลลาร์ฮ่องกง | 8,000 ถึง 15,000 ดอลลาร์ฮ่องกง |
ราคาในเกาหลีนั้นถูกกว่าไต้หวันประมาณ 30-40% และถูกกว่าฮ่องกงประมาณ 40-50% อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่าบางคลินิกที่มีราคาถูกในเกาหลีอาจใช้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือสินค้าปลอม ดังนั้นควรจองผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ เช่น BeautsGO เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับสินค้าแท้จริง

🏥 เกาหลีแนะนำคลินิก Juvelook
คลินิกผิวหนังชิงตันเมลอร์
📍 เดินจากสถานีอีโลวิ่งเพียง 8 นาที
ชิงตันเมลอร์เป็นคลินิกระดับไฮเอนด์ ทีมแพทย์มีประ
สบการณ์มากมาย ในการทำการรักษาด้วยเทคโนโลยี Juvelook จะใช้เข็มที่มีปลายไม่แหลม ทำให้มีรอยฟกช้ำน้อยลงและความแม่นยำสูงขึ้น ราคาอาจสูงกว่าคลินิกอื่น แต่คุณภาพนั้นมั่นคงแน่นอน ในระหว่างการพบแพทย์ แพทย์จะใช้แบบจำลองเพื่ออธิบายขั้นตอนการฉีดให้คุณเข้าใจได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น หากต้องการจองคิวกับชิงตันเมลอร์ สามารถเพิ่มเพื่อนใน WeChat ที่ ID: s-sourire เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือในการจองคิว โดยจะช่วยลดความยุ่งยากในการติดต่อด้วยตนเองได้
คลินิกผิวหนังเดอะซีเอิ
ร์ล
📍 ห่างจากสถานีจิ่งหนานเพียง 5 นาทีเดิน (สาขาใหญ่)
บริการ
Juvelook ของเดอะซีเอิร์ลมีราคาที่คุ้มค่ามาก โดยค่าบริการสำหรับบริเวณรอยตีนกาทั้งสองข้างอยู่ที่ประมาณ 300,000–350,000 วอน แพทย์มีความเชี่ยวชาญและมีทักษะที่มั่นคง แต่เนื่องจากมีลูกค้าเข้ารับบริการจำนวนมาก ขอแนะนำให้ไปในวันทำงานจะดีที่สุด
🤕 เมื่อเจอกับก้อนเนื้อ ควรทำอย่างไร? วิธีการรักษา
หากคุณได้รับการฉีด Juvelook แล้วพบว่ามีก้อนเนื้อเกิดขึ้น อย่าตื่นตระหนก ให้สังเกตการณ์ไปก่อนเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ ก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นในระดับเล็กน้อยส่วนใหญ่จะหายไปเอง แต่ถ้าหลังจาก 4 สัปดาห์แล้วก้อนเนื้อยังคงอยู่…
- 🔲 ก้อนเล็กๆ: ใช้ผ้าอุ่นประคบทุกวันเป็นเวลา 5-10 นาที พร้อมกับนวดเบาๆ โดยทั่วไปแล้วก้อนเหล่านี้จะหายไปภายใน 2-4 สัปดาห์
- 🔲 ก้อนเนื้อที่เห็นได้ชัดเจน: ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ดำเนินการรักษา ซึ่งอาจจำเป็นต้องฉีดสเตียรอยด์หรือเอนไซม์ที่ใช้ในการละลายก้อนเนื้อดังกล่าว
- 🔲 ภาวะเนื้อเยื่องอกที่รุนแรง: ในกรณีที่พบได้น้อยมาก จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อนำเนื้อเยื่อที่งอกออกไป
⚠️ อย่าเด็ดขนด้วยตัวเองโดยใช้เข็มเด็ดขาด! และอย่าถูหรือบีบแรง เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้นเท่านั้น.
🇰🇷 ก่อนที่จะทำการรักษาด้วย Juvelook คุณต้องถามแพทย์ 5 ข้อนี้อย่างแน่นอน
นี่คือรายการที่ฉันสรุปขึ้นมาหลังจากที่เคยพบปัญหามาแล้ว ครั้งไหนที่คุณไปพบแพทย์เพื่อรับการปรึกษา คุณต้องถามข้อเหล่านี้ให้แน่นอน:
- “คุณจะใช้เข็มที่มีปลายแหลมหรือเข็มที่มีปลายเรียบดีครับ?” — เข็มที่มีปลายเรียบจะทำให้เกิดรอยฟกช้ำน้อยกว่า และมีความแม่นยำสูงกว่า ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ใช้เข็มที่มีปลายเรียบเป็นหลักครับ
- “ควรฉีดลึกขนาดไหน?” – สำหรับรอยเหี่ยวใต้ตา ควรฉีดที่ชั้นบนของเยื่อหุ้มกระดูก (ชั้นลึก) ถ้าฉีดตื้นเกินไป อาจทำให้เกิดก้อนเนื้อได้
- “ปริมาณการฉีดในแต่ละข้างควรเท่าไหร่?” — สำหรับบริเวณรอยเหี่ยวใต้ตา แต่ละข้างไม่ควรเกิน 0.3–0.5 ศัลยกรรมตกแต่งพลาสติก Busan CC หากฉีดปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดก้อนได้
- “สามารถดูบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์แท้ได้ไหมครับ?” — ผลิตภัณฑ์ Juvelook แท้จริงนั้นมีป้ายกำกับป้องกันการปลอมแปลงจาก LG Chemical ติดอยู่ครับ
- “ความเสี่ยงจากการมีก้อนเนื้อนั้นมากแค่ไหน? ควรจัดการอย่างไร?” — แพทย์ที่มีประสบการณ์จะให้คำแนะนำอย่างชัดเจน รวมถึงวิธีการนวดบริเวณที่ทำการผ่าตัดหลังการรักษาอีกด้วย
💡 คำแนะนำ: หากแพทย์เลี่ยงที่จะตอบคำถามเหล่านี้ หรือตอบไม่ชัดเจน ขอแนะนำให้เปลี่ยนไปที่คลินิกอื่น แพทย์ที่มีประสบการณ์และทำงานอย่างถูกต้องจะยินดีตอบคำถามเหล่านี้ให้คุณอย่างแน่นอน คลินิกที่คุณจองผ่าน BeautsGO ล้วนเป็นคลินิกที่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ และมีแพทย์ที่มีประสบการณ์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อผ่าน WeChat ได้ที่ s-sourire
🏨 เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำ Juvelook: แนะนำให้จัดการทำในช่วง 1-2 วันก่อนเดินทางกลับไต้หวัน เพื่อให้มีเวลา 2-3 วันในการสังเกตผลลัพธ์และการฟื้นตัวของร่างกาย หากมีก้อนหรือมีอาการผิดปกติใดๆ ก็สามารถกลับไปที่คลินิกเพื่อรับการรักษาได้ อย่าเด็ดขาดที่จะจัดการทำในวันเดียวกับที่จะเดินทางกลับ เพราะหลังจากทำเสร็จภายใน 2-3 ชั่วโมง ใบหน้าจะบวม ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายเมื่อขึ้นเครื่องบิน
💡 ตารางเวลาการฟื้นตัวหลังจากทำการรักษาด้วย Juvelook:
- 🔴 0-4 ชั่วโมง: ใบหน้าอาจมีอาการบวมเล็กน้อย และบริเวณที่ฉีดยาอาจมีจุดแดงเล็กๆ
- 🟠 4–24 ชั่วโมง: อาการบวมเริ่มลดลง อาจมีรอยฟกช้ำเล็กน้อยปรากฏขึ้นได้
- 🟡 วันที่ 2–3: อาการบวมส่วนใหญ่จะลดลง และรอยฟกช้ำจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
- 🟢 วันที่ 5–7: ร่างกายจะฟื้นตัวกลับสู่สภาพปกติแล้ว สามารถแต่งหน้าเพื่อปกปิดรอยต่างๆ ได้
- 🔵 สัปดาห์ที่ 2 ถึง 4: PCL เริ่มกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ
📱 หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ หลังจากทำการรักษาด้วย Juvelook สามารถแอด WeChat ไปที่ s-sourire เพื่อขอคำแนะนำได้ตลอดเวลา พวกเขามีความร่วมมือกับคลินิกในเกาหลีหลายแห่ง และสามารถช่วยส่งต่อคำถามของคุณไปยังแพทย์ได้
❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Juvelook FAQ
คำถาม: Juvelook กับไฮยาลูรอน อันไหนดีกว่ากัน?
คำตอบ: ขึ้นอยู่กั
บความต้องการของแต่ละคนครับ ไฮยาลูรอนให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนทันที แต่จะคงอยู่ได้เพียง 6-12 เดือนเท่านั้น ส่วน Juvelook ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างปกติในทันที แต่จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ และจะคงอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน หากต้องการให้ผลลัพธ์คงอยู่ในระยะยาว ควรเลือก Juvelook แต่ถ้าต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที ก็ควรเลือกไฮยาลูรอนครับ
คำถาม: สามารถทำการรักษาด้วย Juvelook พร้อมกับการทำ Black Box ได้ในเวลาเดียวกันหรือไม่?
คำตอบ:
สามารถทำได้ แต่แนะนำให้ทำแยกกัน ควรทำการรักษาด้วย Juvelookเพื่อเติมเต็มรูปทรงก่อน แล้วหลังจากนั้น 2-4 สัปดาห์ จึงค่อยทำการรักษาด้วย Black Box เพื่อปรับปรุงคุณภาพของผิว การทำทั้งสองอย่างในวันเดียวกันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดก้อนเนื้อได้
คำถาม: หลังจากทำ Juvelook แล้ว มันจะเคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิมหรือไม่?
คำตอบ: หากทำตา
มขั้นตอนที่ถูกต้อง โอกาสที่มันจะเคลื่อนที่นั้นมีน้อยมาก แต่ในช่วง 48 ชั่วโมงหลังการทำศัลยกรรม ควรหลีกเลี่ยงการนวดใบหน้า การนอนคว่ำ หรือการหัวเราะอย่างหนัก เพราะกิจกรรมเหล่านี้อาจทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าถูกดึงเครียดได้
⚠️ ข้อเตือนสุดท้าย: ก่อนที่จะรับการรักษาด้วย Juvelook คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าแพทย์ที่ทำการรักษาให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ เพราะผลิตภัณฑ์ของแท้จะมีป้ายกำกับป้องกันการปลอมแปลงจาก LG Chemical และคุณสามารถตรวจสอบได้โดยสแกน QR Code หากคลินิกไม่ยอมให้คุณดูบรรจุภัณฑ์หรือปฏิเสธที่จะตรวจสอบ ขอแนะนำให้คุณออกจากคลินิกนั้นทันที เพราะในตลาดมี Juvelook ที่เป็นของปลอมมากมาย ซึ่งราคาอาจถูกกว่า แต่ความปลอดภัยไม่ได้รับการรับประกัน คลินิกที่คุณจองผ่าน BeautsGO ล้วนแล้วแต่ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ และคุณสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้โดยการส่งข้อความผ่าน WeChat ที่ ID: s-sourire
ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหาในบทความนี้เป็นการรวบรวมประสบการณ์ส่วนตัวและข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต คำแนะนำเกี่ยวกับการรับมือกับผลข้างเคียงนั้นให้ใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น สำหรับสถานการณ์จริง กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรง



